Header Ads

การงีบหลับกลางวันทำให้ภูมิแพ้ดีขึ้น by หมอตี้

การงีบหลับกลางวันทำให้ภูมิแพ้ดีขึ้น


หลายประเทศมีการนอนกลางวันโดยเฉพาะประเทศจีน ที่ต้องพักผ่อนอย่างน้อย2 ชม พักผ่อนสายตา เพื่อให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการทำงานในช่วงเช้า ทำให้การทำงานในช่วงบ่ายมีประสิทธิภาพในการทำงานมา>>>>>


แต่หลายคนไม่เคยชิน ยิ่งเฉพาะคนไทย ไม่ชินกับการนอนกลางวัน และไม่ชอบนอนกลางวันทำให้ตอนบ่ายๆ รู้สึกง่วง ไม่มีแรง ยิ่งช่วงเวลารถติดเหมือนจะหลับในรถให้ได้>>>>>





หลายคนบ่นครับว่า กินทานข้าวยังไม่มีเวลาจะไปเลย นับภาษาอะไรกับนอนกลางวัน ทำงานกันตัวเป็นเกลียว ดื่มกาแฟสัก2แก้วก็ช่วยทำให้สดชื้นได้แล้ว>>>>>





หมอตี้แนะนำคนที่ไม่มีเวลา ให้คุณฟุงตัวลงกับโต๊ะที่ทำงานสัก10-15นาทีหลังทานข้าว แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ในแพทย์จีนมีคำกล่าวว่า 闭目养神 แปลว่า หลับตาบำรุงเซิน เซินในที่นี้คือความคิด จิตวิญญาณ หมายความว่า หลังจากทานข้าวแล้วเราปิดตาหรือหลับตาสักครู่ไม่ใช้สมอง เลือดก็จะไปเลี้ยงกระเพาะอาหารดูดซึมทำงานดี ทำให้ที่ย่อยอาหารได้ ถ้าเราใช้สมองหลังจากทานข้าว เลือดบางส่วนจะไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอเพราะต้องเลี้ยงกระเพาะอาหารเพื่อช่วยย่อยก่อนนั้นเอง>>>>>



การนอนกลางวันยังทำให้ระบบฮอลโมนในร่างกายทำงานได้ดีอีกด้วย และเสริมภูมคุ้มกันให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นโรคหรือเป็นหวัดไม่สบายง่าย>>>>>






หมอตี้ขอเตือนว่าหลังทานข้าวไม่ควรที่จะนอนราบ ให้แค่ฟูกลงกับโต๊ะก็พอ ถ้านอนราบจะทำให้เป็นกรดไหลย้อนได้>>>>>>



เชื่อหรือไม่จากการวิจัยของทางจีนพบว่า การนอนกลางวันช่วยลดอัตราความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและการเกิดมะเร็งได้เพราะร่างกายแข็งแรงการต่อสู้กับโรคต่างๆได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้นอนกลางวัน>>>>>





และยบิ่งประเทศไทยอากาศเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อย 1วันมี3ฤดู เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ทำให้เป็นภูมิแพ้ได้ง่าย การนอนกลางวันช่วยเสริมภูมิ ทำให้ไม่เป็นภูมิแพ้ได้ง่าย>>>>>






อย่างที่บอก อยากทำงานมีประสิทธิภาพ ไม่อยากเหนื่อยง่ายหลัง4 โมงเย็น ง่วงนอนในช่วงรถติด หมอตี้แนะนำให้นอนกลางวัน สักหน่อย ชีวิตคุณจะดีขึ้น



อย่าลืมติดตามความรู้ดีๆจากแพทย์จีนได้ที่เพจ    ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม




แสกนLineไว้เลยครับ ข่าวสารดีๆจะส่งถึงมือคุณ  เพียงคลิ๊ก https://goo.gl/X8j3e7 หรือค้นหา @dr_tee (มี@ด้วยนะครับ)

No comments

ทุกบทความเขียนโดย ดร เยาวเกียรติ เยาวพันธุ์กุล. Powered by Blogger.